ที่มาของข่าว: CNET
สองสามวันที่ผ่านมาเน็ตเดี้ยง เข้าเว็บต่างประเทศไม่ได้เลย โดยเฉพาะกูเกิล ตั้งแต่เล่นเน็ตจนกลายเป็นชีวิตประจำวัน พอเน็ตเดี้ยงก็เลยรู้ว่าอินเทอร์เน็ตมีพลังแค่ไหน ลำพังเว็บค้นข้อมูลอย่างกูเกิล หลังจากใช้หาข้อมูลจนชิน พอเข้าไม่ได้ก็เหมือนโดนปิดหูปิดตาเลย วันนี้เห็นข่าวสาเหตุที่เน็ตล่ม เลยเอามาแปะไว้ ไม่ใช่ใครอื่น ภัยธรรมชาตินี่เอง..
ข่าวเล่าว่า เกิดแผ่นดินไหวใหญ่สองครั้งที่เกาะไต้หวัน ทำให้สายเคเบิ้ลใต้ทะเลเสียหาย เคเบิ้ลที่ว่านี้เป็นทั้งเคเบิ้ลอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศและสัญญาณโทรศัพท์ มีผลให้การให้บริการอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ล่มในแถบนี้ ได้แก่ไต้หวัน จีนและญี่ปุ่น
ช่วงนี้เน็ตต่างประเทศคงอืดหน่อย เขากำลังซ่อมแซมอยู่ ยังไงก็เล่นเว็บภายในประเทศไปก่อนละกัน
Two strong earthquakes off the coast of Taiwan damaged undersea communications cables, disrupting phone and Internet service in Taiwan, China and Japan on Wednesday.
The earthquakes hit late Tuesday on the second anniversary of the tsunami that killed thousands in South Asia on December 26, 2004. No large waves materialized from the earthquakes in Taiwan, but the area was on a tsunami alert. Two people were killed as a result of the earthquakes when a building collapsed, according to news reports.
The quakes were among the most powerful in Taiwan in recent years, knocking out two of seven undersea cables that are used by telecommunications companies to route phone calls and Internet traffic to and from East Asia. Although traffic that normally traverses these cables has been rerouted to other cables, traffic is congested, which has led to the disruption in service.
In Taiwan, Chungwa Telecom, the country's largest phone operator, told news agencies that it had lost between 40 percent and 60 percent of its capacity for international calling to places such as the U.S. The company also said that capacity to Japan and China was also affected. Chungwa also said that Internet access had been damaged in China, Hong Kong and Singapore. The company said it could take up to three weeks to repair the damaged cables.
วันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
วันเสาร์ที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
Insect Macro Shot
อย่างที่บอกว่าไปบ้านน้าบางมา งานนี้ได้ลองหัดถ่ายรูปมาโครแมลงแนวบิ๊กบึ้มมาด้วย ยืมฟิลเตอร์ Close up ผีมือคนไทยทำเรียกกันว่า SG6 มาจากน้าโด่ง และยืมขาตั้งกล้องโมโนพอด (ขาเดียว) มาจากน้าบาง ก่อนอื่นขออธิบายหลักการก่อน

กล้องคู่มือของผมคือ Fuji S9600 อย่างที่บอกว่าเป็นกล้องแบบ DSLR-like เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่ติดเลนส์ช่วง 28-300mm (eq. 35mm) f2.8-f4.9(W), f11(MAX.) พร้อมมีโหมดโฟกัสระยะใกล้หรือโหมดมาโครมาให้ด้วย เพียงแต่ s9600 ถ่ายภาพมาโครที่สัดส่วน 1:1 นั่นคือหากถ่ายรูปแมลง โฟกัสใกล้ๆ ได้แต่ก็ไม่ได้ภาพแมลงตัวใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด
เราจึงต้องมีฟิลเตอร์ช่วยเพิ่มกำลังขยาย ในที่นี้ผมใช้ SG6 ฟิลเตอร์ฝีมือคนไทยโดยน้านกนางนวลจากห้องพานาโซนิคแห่งพันทิพย์ ยืมมาจากน้าโด่ง โดย SG6 ให้กำลังขยายประมาณ 6 เท่า เมื่อติด SG6 ไว้ที่ปลายเลนส์ ช่วงระยะที่เราโฟกัสวัตถุได้จะหดลงมาเหลือประมาณสองคืบ ไม่ว่าจะหมุนซูมไปที่ช่วงไหนก็ตาม กล้องจะต้องอยู่ห่างจากวัตถุไม่เกินสองคืบ ด้วยเหตุนี้ หากเราต้องการถ่ายภาพแมลงจึงจำเป็นต้องมีขาตั้งกล้องโมโนพอด เพื่อช่วยเป็นหลักในการเข้าใกล้แมลง และแน่นอนว่าต้องถ่ายในสภาพแสงที่ดีมาก เพราะหากต้องการให้ภาพคม จะต้องเปิดรูรับแสงแคบๆ เช่น f5 ไปจนถึง f11 ซึ่งจะทำให้ความเร็วชัตเตอร์ช้าลงไป จึงต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วงเป็นหลัก แต่ขาตั้งแบบสามขามันเกะกะ อาจทำให้แมลงบินหนี ดังนั้นใช้ขาเดียวดีที่สุด ส่วนความเร็วชัตเตอร์ที่แนะนำควรไม่ต่ำกว่า s 1/80 ยิ่งเร็วยิ่งดี จะได้ภาพที่คมชัด

กล้องคู่มือของผมคือ Fuji S9600 อย่างที่บอกว่าเป็นกล้องแบบ DSLR-like เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่ติดเลนส์ช่วง 28-300mm (eq. 35mm) f2.8-f4.9(W), f11(MAX.) พร้อมมีโหมดโฟกัสระยะใกล้หรือโหมดมาโครมาให้ด้วย เพียงแต่ s9600 ถ่ายภาพมาโครที่สัดส่วน 1:1 นั่นคือหากถ่ายรูปแมลง โฟกัสใกล้ๆ ได้แต่ก็ไม่ได้ภาพแมลงตัวใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด
เราจึงต้องมีฟิลเตอร์ช่วยเพิ่มกำลังขยาย ในที่นี้ผมใช้ SG6 ฟิลเตอร์ฝีมือคนไทยโดยน้านกนางนวลจากห้องพานาโซนิคแห่งพันทิพย์ ยืมมาจากน้าโด่ง โดย SG6 ให้กำลังขยายประมาณ 6 เท่า เมื่อติด SG6 ไว้ที่ปลายเลนส์ ช่วงระยะที่เราโฟกัสวัตถุได้จะหดลงมาเหลือประมาณสองคืบ ไม่ว่าจะหมุนซูมไปที่ช่วงไหนก็ตาม กล้องจะต้องอยู่ห่างจากวัตถุไม่เกินสองคืบ ด้วยเหตุนี้ หากเราต้องการถ่ายภาพแมลงจึงจำเป็นต้องมีขาตั้งกล้องโมโนพอด เพื่อช่วยเป็นหลักในการเข้าใกล้แมลง และแน่นอนว่าต้องถ่ายในสภาพแสงที่ดีมาก เพราะหากต้องการให้ภาพคม จะต้องเปิดรูรับแสงแคบๆ เช่น f5 ไปจนถึง f11 ซึ่งจะทำให้ความเร็วชัตเตอร์ช้าลงไป จึงต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วงเป็นหลัก แต่ขาตั้งแบบสามขามันเกะกะ อาจทำให้แมลงบินหนี ดังนั้นใช้ขาเดียวดีที่สุด ส่วนความเร็วชัตเตอร์ที่แนะนำควรไม่ต่ำกว่า s 1/80 ยิ่งเร็วยิ่งดี จะได้ภาพที่คมชัด
Bangpain Man


วันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา น้าบาง หรือคนบางประอิน เป็นชื่อล็อกอินที่ใช้ในเว็บบอร์ดพันธ์ทิพย์ ได้ชวนให้ไปถ่ายรูปกันที่บ้านของน้าบาง เนื่องจากครบรอบวันเกิด บ้างของน้าบางอยู่แถวสระบุรี เป็นบ้านสวนที่มีธรรมชาติสวยงาม มีเป้าให้ถ่ายรูปรอบตัวบ้าน ที่สำคัญ ครอบครัวของน้าบางต้อนรับอบอุ่นมาก มีอาหารบนโต๊ะตลอดทั้งวัน กินเสร็จก็ไปถ่ายรูป เมื่อหิวก็กลับมากินได้อีก งานนี้คนรักถ่ายภาพด้วยกันซึ่งเล่นบอร์ดพันทิพย์ห้องฟูจิ ไปกันเกือบ 30 ชีวิต ได้ยืม SG6 และโมโนพอดของน้าๆ มาลองถ่ายภาพมาโครแมลง แล้วจะเอาภาพมาให้ชม
I was invite from Na Bang, Who kindly and play pantip wepboard same as me. Na bang invite me to his home for take photoghapy with friends from pantip also. I was very fun and I think everyone are happy.
วันพุธที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ฝึกถ่ายภาพที่เมืองโบราณ
เมืองโบราณ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปถ่ายภาพแห่งหนึ่ง เพราะมีพื้นที่กว้างกว่า 800 ไร่ และมีสิ่งก่อสร้างจำลองโบราณสถานคล้ายของจริงจากทั่วประเทศมารวม ณ ที่แห่งนี้ พอดีได้ร่วมงานกับแบรนด์ โอลิมปัส เขาให้มาเป็นวิทยากรสอนการใช้กล้องดิจิตอลคอมแพคที่นี่ ก็เลยได้มาเที่ยวและรู้จักกับผู้คนที่รักการถ่ายภาพเหมือนกัน
โอลิมปัสนำโดยคุณเชอรี่ และคุณราชัน รวมทั้งทีมงานจากเจ็บเซ่นแอนด์เจ็สเซ่น ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายกล้องโอลิมปัสและเลนส์ซิกม่า ส่วนทีมงานของเรามาในนามของหนังสือ PHOTOVIDEOi ในเครือฮาร์ดแวร์โซน
งานนี้ก็สนุกสนาน เฮฮากันพอสมควร ใครสนใจออกทริปกันก็คอมเม้นไว้นะ :)
Olympus invite me to training th
eir Digital compact camera customer in Muengboran this event corporate by PHOTOVIDEOi team and Olympus team.
Pim-Art Wedding
รักกันนานๆ นะจ๊ะ :)
Pim my love friend, Congratulation with you and P' Art with your Wedding. Both of you are lovely I think in this time you so happy so do I.
วันอังคารที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
โพสแรก บน บล็อกเกอร์

ขอแนะนำตัว ในฐานะเป็นสมาชิกใหม่ บล็อกเกอร์ แห่งนี้
Hi! Everybody, Let me introduce my self to you.
เรียกผม เจ ก็ได้ เป็นคนไทย เกิดที่เมืองไทย รู้จักบล็อกเกอร์ ผ่านโปรแกรม Picasa เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบถ่ายรูป และใช้ Picasa จัดการรูปภาพเป็นประจำ พอดีเห็นว่ามีฟังก์ชันบล็อกภาพขึ้นเว็บด้วย เลยกดตามมาดู ก็เลยเป็นเหตุให้ได้เป็นสมาชิกบล็อกเกอร์นี่แหล่ะครับ
You all can call me "Jay" I'm thai guy live in bangkok. I know this blogger from Picasa Software, Because I love to take photo and manage my photo with Picasa Then when I saw "Blog This!" button I press it and come to here!
ก็เลยขอสมัครเป็นบล็อกเกอร์ด้วยคน แต่ที่แห่งนี้จะเน้นนำรูป และประสบการณ์การถ่ายภาพ มาแสดงให้ทุกคนได้เห็นมุมมองชีวิตของผม ผ่านเลนส์
I just want to share my photo to you. Ok! guy let me show you some of my love photo.
Comment ส่งข้อความสักนิด เพื่อให้รู้ว่ามีคนอ่าน
ทำบล็อก ก็ต้องมีคอมเม้นต์ เป็นของคู่กัน บล็อกนี้ผมเพิ่งทำได้ไม่นาน บางอย่างขาดๆ เกินๆ อยู่ ก็ค่อยๆ ปรับกันไป ตอนนี้เปิดให้คอมเม้นต์กันได้แล้ว หากเห็นว่าตรงไหนเป็นที่ขัดตา ขัดใจ หรือตรงไหนเห็นแล้วชอบจัง ก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นหรือคอมเม้นต์กันได้เต็มที่นะจ๊ะ
Dear all, Now I open comment allow to everyone can comment my article. Please feel free to post comment and show me what are you thinking about my article.
Dear all, Now I open comment allow to everyone can comment my article. Please feel free to post comment and show me what are you thinking about my article.
Congratulation to My LOVE friend!
เดือนที่แล้ว "เอฟ" เพื่อนรักที่เรียนวิศวฯ ม. กรุงเทพมาด้วยกัน นอนห้องเดียวกัน หรือจะเรียกว่าเป็นรูมเมท เรียนจบ ป. โท แล้ว เอฟ เป็นคนทำกิจกรรมเก่ง ตั้งแต่สมัยเรียน "ไอ้เอฟ" มันก็ทำกิจกรรมสโมสรนักศึกษามาตลอด เป็นประธานสโมฯ เป็น MC กิจกรรมใหญ่ของมหาลัยหลายกิจกรรม เทียบกับผมแล้วต่างกันลิบ ผมนะเหรอ.. เล่นเกมยันเช้า โดดเรียน ขี้เกียจทำการบ้านแล็ป โอ้ย สารพัด
ตัวขี้เกียจก็ว่าได้้้
ถึงแม้ผมจะนับเป็นคนเรียนดีคนหนึ่งของคณะ แต่ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีเจ้าเอฟ ผมก็ไม่จบเกรดสวยอย่างนี้หรอกครับ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะ เอฟ เป็นคนที่หาข้อมูล เก็งข้อสอบได้แม่นมาก เยี่ยมเลยเพื่อน!
มาถึงตอนนี้ เอฟมันเรียนจบ ป. โท แล้ว เก่งจริงเลยเพื่อนกรู 555 ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะเพื่อน หลังจากจบ แยกย้ายกัน ต่างคนต่างเดินตามทางชีวิตของตัวเอง จำไว้ว่ามิตรภาพของเรายังเหมือนเดิม My LOVE friend :)

G-Square Online TV
หลังจากแยกย้ายกันไป ชีวิตใครชีวิตมัน แต่เพื่อนก็ยังคงเป็นเพื่อน จะห่างยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม "ยัยน้ำ" คนขวาสุด เป็นหญิงสาวที่หน้าตาดีที่สุดในคณะวิศวฯ รุ่นเรา เพราะมีผู้หญิงอยู่ 3 คน จาก 120 คน 555 อ๊ะๆ เดี๋ยวจะหาว่า บล็อกนี้มีแต่เพื่อนฝูง เปล่านะคร้าบ.. พอดียัยน้ำเป็นเกมมาสเตอร์ของเกมออนไลน์ Audition มีออกรายการทีวี UBC ช่อง 22 ด้วย แถมมีลงเป็นออนไลน์ทีวีอีกต่างหาก เพื่อนเราดังใหญ่แล้ว เอาเป็นว่าใครอยากดูรายการแปลกแต่จริง เอ้ย! G-String เอ้ย! ไม่ใช่ๆ ต้องรายการ G-Square ก็ตามลิ้งค์ไปดูยัยน้ำเพื่อนผมได้เลยครับ ย้ำๆ เพื่อนผม เพื่อนผม
Alfa Romio Girl in Thailand Motor Expo
ไปงานโชว์รถครั้งใหญ่ที่อิมแพคเมืองทองธานี Motor Expo หยิบ S9600 กล้องคู่ใจไปด้วย พร้อมแฟลซนอกตัวเก่าติดไม้ติดมือไป ก็เลยได้ถ่ายภาพสวยๆ มาฝากกันอย่างที่เห็นI had chance to go to Big Motor Show Event in thailand call MOTOR EXPO 2006. I walk around and looking for cool car that they had so many cool car here. and you know this car event had so many sexy pretty as you see this 's Alfa Romio Girl that so HOT!!
Q & A s6500fd in www.pantip.com
จาก http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O4954491/O4954491.html
ไม่อยากให้กะทู้ที่เราพยายามตอบ หล่นหายไปตามกาลเวลา ก็เลยเอามาแปะไว้ในบล็อกนี่ล่ะ
คำถาม
Fuji S6500fd ทำไมให้รูรับแสงมานิดเดียวเอง
f2.8-f4.9 ความหมายก็คือ ค่า f2.8 คือ รูรับแสงกว้างสุดที่ช่วง wide ของกระบอกเลนส์ หรือที่ 28mm เปิดรูรับแสงได้กว้างสุด f2.8
ส่วนตัวเลขข้างหลัง หมายถึงที่ช่วง tele เปิดได้กว้างสุด 4.9 หรือ ที่ระยะ 300mm เปิดได้กว้างสุด f4.9 นั่นเอง
ส่วนคำถามว่าคุมชัดลึกชัดตื้นได้แค่ไหน อันนี้คุณต้องเข้าใจว่ามีองค์ประกอบปลีกย่อยหลายอย่าง สำหรับกระบอกเลนส์ของ s6500fd และ s9600 (กระบอกเดียวกัน) ช่วงเลนส์ 28-300mm ค่ารูรับแสงคุมได้กว้างสุดถึงแคบสุด f2.8(wide) -f11(wide) หรือ f4.9(tele)-f11 คงสู้คุณสมบัิติของชิ้นเลนส์ดีๆ ของกล้อง DSLR ไม่ได้
แต่ถ้าคุณรู้จักควบคุมระยะโฟกัส การวางเป้าหมาย ระยะห่างระหว่างแบบกับฉากหลัง คุณก็จะคุมชัดตื้นได้พอสมควร ไม่ถึงกับละลายฉากหายไป แต่ก็ทำเบลอสวยๆ ได้
ผมไม่คิดว่าตัวเองมีฝีมือพอจะแนะนำ แต่อยากให้ลงไปดูรูปที่ผมถ่ายด้วย S9600 ในกะทู้ล่างๆ คุณจะเห็นว่ามันทำชัดลึก ชัดตื้น ได้พอสมควร และแน่นอนว่าใช้กระบอกเลนส์เดียวกัน ดังนั้น s6500fd ก็ต้องทำได้ด้วย
สำหรับเรื่องของสีภาพที่ออกเขียวๆ ผมยืนยันว่า s9600 ของผมออกจะอมแดงด้วยซ้ำไป จุดเด่นเท่าที่ผมได้ลองฟูจิหลายๆ รุ่นอยู่ที่คอนทราสที่จัดจ้าน และสีที่ออกจะเกินธรรมชาติไปบ้าง แต่ถ้าคุณชอบสีสดๆ ก็ใช่เลย
สำหรับการโฟกัส ที่บอกว่าไม่ค่อยแม่น มีกรณีศึกษาจากคนรอบๆ ตัว ที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องระบบโฟกัสของกล้องก่อนใช้งาน โดยทั่วไปแล้วกล้องกึ่งโปรจนถึงโปร จะมีระบบโฟกัสให้เราเลือกใช้ตามสถานการณ์ เช่น โฟกัสกึ่งกลางภาพ โฟกัสพื้นที่ หรือโฟกัสหลายจุด
แน่นอนสำหรับคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องระบบโฟกัส หากคุณจัดองค์ประกอบภาพโดยวางแบบอยู่ตำแหน่ง ที่ไม่ใช่ตรงกลางเฟรม แล้วไม่ได้ล็อกโฟกัสที่แบบโดยการกดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่ง แล้วจึงขยับเฟรม โอกาสที่โฟกัสจะหลุดจากแบบก็เป็นไปได้สูง
แต่สำหรับ s6500fd มีระบบตรวจจับใบหน้า ดังนั้นปัญหาโฟกัสหน้าไม่ชัดผมว่า ลืมไปได้เลย ถ้าคุณเปิดระบบ fd ร้อยทั้งร้อยถ้าถ่ายภาพคน แค่ดูว่ากล่องสีเหลี่ยมจับที่หน้าแบบ ก็แสดงว่าโฟกัสหน้าแน่นอน
ก็แนะนำไปตามเรื่องราวนะครับ ไว้ได้กล้อง ก็ขอเชิญมาทริปกัน ผมคิดว่าคุยกัน น่าจะเคลียร์กว่าพิมพ์
ไม่อยากให้กะทู้ที่เราพยายามตอบ หล่นหายไปตามกาลเวลา ก็เลยเอามาแปะไว้ในบล็อกนี่ล่ะ
คำถาม
Fuji S6500fd ทำไมให้รูรับแสงมานิดเดียวเอง
ดูจาก spec แล้ว ทำไมให้ค่ารูรับแสงมาแค่ 2.8-4.9 แล้วอย่างนี้ ถ้าจะถ่ายชัดลึก ชัดตื้น จะปรับได้ดีหรอครับ หรือว่าใน mode M จะปรับได้ แต่ก็น่าจะขึ้นกับ lens ที่ให้มาไม่ใช่หรอครับ
แล้วเคยได้ยินคนวิจารณ์ว่า รุ่นก่อนๆของ Fuji ภาพจะออกเขียวๆ แล้วก็ focus ได้ไม่ค่อยแม่น ทำให้ภาพดูจืดๆ เบลอๆ มีใครมีประสบการณ์เพิ่มเติมบ้างไหมครับ
แล้ว dead pixel ที่ร่ำลือกัน มันเยอะไหมครับ
f2.8-f4.9 ความหมายก็คือ ค่า f2.8 คือ รูรับแสงกว้างสุดที่ช่วง wide ของกระบอกเลนส์ หรือที่ 28mm เปิดรูรับแสงได้กว้างสุด f2.8
ส่วนตัวเลขข้างหลัง หมายถึงที่ช่วง tele เปิดได้กว้างสุด 4.9 หรือ ที่ระยะ 300mm เปิดได้กว้างสุด f4.9 นั่นเอง
ส่วนคำถามว่าคุมชัดลึกชัดตื้นได้แค่ไหน อันนี้คุณต้องเข้าใจว่ามีองค์ประกอบปลีกย่อยหลายอย่าง สำหรับกระบอกเลนส์ของ s6500fd และ s9600 (กระบอกเดียวกัน) ช่วงเลนส์ 28-300mm ค่ารูรับแสงคุมได้กว้างสุดถึงแคบสุด f2.8(wide) -f11(wide) หรือ f4.9(tele)-f11 คงสู้คุณสมบัิติของชิ้นเลนส์ดีๆ ของกล้อง DSLR ไม่ได้
แต่ถ้าคุณรู้จักควบคุมระยะโฟกัส การวางเป้าหมาย ระยะห่างระหว่างแบบกับฉากหลัง คุณก็จะคุมชัดตื้นได้พอสมควร ไม่ถึงกับละลายฉากหายไป แต่ก็ทำเบลอสวยๆ ได้
ผมไม่คิดว่าตัวเองมีฝีมือพอจะแนะนำ แต่อยากให้ลงไปดูรูปที่ผมถ่ายด้วย S9600 ในกะทู้ล่างๆ คุณจะเห็นว่ามันทำชัดลึก ชัดตื้น ได้พอสมควร และแน่นอนว่าใช้กระบอกเลนส์เดียวกัน ดังนั้น s6500fd ก็ต้องทำได้ด้วย
สำหรับเรื่องของสีภาพที่ออกเขียวๆ ผมยืนยันว่า s9600 ของผมออกจะอมแดงด้วยซ้ำไป จุดเด่นเท่าที่ผมได้ลองฟูจิหลายๆ รุ่นอยู่ที่คอนทราสที่จัดจ้าน และสีที่ออกจะเกินธรรมชาติไปบ้าง แต่ถ้าคุณชอบสีสดๆ ก็ใช่เลย
สำหรับการโฟกัส ที่บอกว่าไม่ค่อยแม่น มีกรณีศึกษาจากคนรอบๆ ตัว ที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องระบบโฟกัสของกล้องก่อนใช้งาน โดยทั่วไปแล้วกล้องกึ่งโปรจนถึงโปร จะมีระบบโฟกัสให้เราเลือกใช้ตามสถานการณ์ เช่น โฟกัสกึ่งกลางภาพ โฟกัสพื้นที่ หรือโฟกัสหลายจุด
แน่นอนสำหรับคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องระบบโฟกัส หากคุณจัดองค์ประกอบภาพโดยวางแบบอยู่ตำแหน่ง ที่ไม่ใช่ตรงกลางเฟรม แล้วไม่ได้ล็อกโฟกัสที่แบบโดยการกดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่ง แล้วจึงขยับเฟรม โอกาสที่โฟกัสจะหลุดจากแบบก็เป็นไปได้สูง
แต่สำหรับ s6500fd มีระบบตรวจจับใบหน้า ดังนั้นปัญหาโฟกัสหน้าไม่ชัดผมว่า ลืมไปได้เลย ถ้าคุณเปิดระบบ fd ร้อยทั้งร้อยถ้าถ่ายภาพคน แค่ดูว่ากล่องสีเหลี่ยมจับที่หน้าแบบ ก็แสดงว่าโฟกัสหน้าแน่นอน
ก็แนะนำไปตามเรื่องราวนะครับ ไว้ได้กล้อง ก็ขอเชิญมาทริปกัน ผมคิดว่าคุยกัน น่าจะเคลียร์กว่าพิมพ์
วันเสาร์ที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
OpenOffice โปรแกรมโปรดของผม
คุณใช้โปรแกรมอะไรพิมพ์งาน พิมพ์เอกสาร ทำตาราง ให้เดาว่าหนีไม่พ้น Microsoft Office ใช่หรือเปล่า
เมื่อก่อนผมก็เป็นเหมือนกัน แต่หลังจากศึกษาเรื่องลิขสิทธิ์โปรแกรม จนกระทั่งพบว่ามีทางเลือกอื่นๆ อีกสำหรับการเลือกใช้โปรแกรมของเรา ก็เลยได้พบกับชุดโปรแกรม OpenOffice ซึ่งเป็นชุดโปรแกรมประสิทธิภาพสูงสำหรับจัดการงานเอกสารเช่นเดียวกันกับ Microsoft Office
ต่างกันตรงที่ OpenOffice เป็นโปรแกรมเปิด ให้ใช้งานได้ฟรี แต่สำหรับ Microsoft Office ขายกันหลักหมื่น ที่หลายคนใช้อยู่นั้นส่วนใหญ่ขโมยเขาใช้ เป็นของเถื่อน ไม่ได้จ่ายเงินให้บิลเกต เขาคิดโปรแกรมมาขาย แต่คุณได้ซื้อเขาหรือเปล่า
เอาล่ะ คงไม่ต้องต่อความยาว สาวความผิดใคร เอาเป็นว่าแค่คุณคิดได้ และลองหันมาทางเลือกดีๆ ฟรีๆ อย่างนี้ ผมก็ดีใจกับคุณครับ
เมื่อก่อนผมก็เป็นเหมือนกัน แต่หลังจากศึกษาเรื่องลิขสิทธิ์โปรแกรม จนกระทั่งพบว่ามีทางเลือกอื่นๆ อีกสำหรับการเลือกใช้โปรแกรมของเรา ก็เลยได้พบกับชุดโปรแกรม OpenOffice ซึ่งเป็นชุดโปรแกรมประสิทธิภาพสูงสำหรับจัดการงานเอกสารเช่นเดียวกันกับ Microsoft Office
ต่างกันตรงที่ OpenOffice เป็นโปรแกรมเปิด ให้ใช้งานได้ฟรี แต่สำหรับ Microsoft Office ขายกันหลักหมื่น ที่หลายคนใช้อยู่นั้นส่วนใหญ่ขโมยเขาใช้ เป็นของเถื่อน ไม่ได้จ่ายเงินให้บิลเกต เขาคิดโปรแกรมมาขาย แต่คุณได้ซื้อเขาหรือเปล่า
เอาล่ะ คงไม่ต้องต่อความยาว สาวความผิดใคร เอาเป็นว่าแค่คุณคิดได้ และลองหันมาทางเลือกดีๆ ฟรีๆ อย่างนี้ ผมก็ดีใจกับคุณครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)